แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารที่นิยม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารที่นิยม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2561

หมูยอห่อใบตอง


ด้วยความที่เราเป็นคนพื้นถิ่นอิสานจึงคุ้นเคยกับหมูยอห่อใบตองมาตั้งแต่เด็ก ที่สำคัญรสชาติจะค่อนข้างดีกว่าหมูยอทั่วไปตรงที่รู้สึกว่าได้รสชาติของเนื้อเต็มๆ และมีความหอมน่าทานกว่า เคยคิดว่าการทำหมูยอห่อใบตองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ลองดูแล้วไม่ใช่เรื่องยากไปนัก และพอได้หัดทำลูกชิ้นหมูแล้วก็เอาเทคนิคการทำมาใช้ด้วยกันได้

ส่วนผสม

  • หมูเนื้อแดงส่วนสะโพก 1 กก.
  • มันหมูแข็ง 300 ก.
  • เกลือ 18 ก.
  • น้ำตาล 15 ก.
  • น้ำปลา 1 ชต.
  • พริกไทยดำป่น 8 ก.
  • แป้งข้าวโพด 25 ก.
  • ผงฟู 10 ก.
  • ผงแอคคอท 3 ก. (จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ส่วนใหญ่ที่ใช้วัตถุประสงค์เพื่อให้เนื้อยึดเกาะกันดีช่วยความหนึบเด้งได้ แต่สามารถใช้เทคนิคการรักษาความเย็นตลอดการทำก็ช่วยให้หนึบเด้งได้)
  • น้ำเย็นจัด 20 ก. 130 ก. และ 50 ก. (ใช้เติม 3 ครั้ง)

วิธีทำ

  • เนื้อหมูและมันหมูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แช่เย็นจัดก่อนนำมาบดหยาบหรือใส่ในเครื่องสับ (food processor) แต่หากบดหยาบให้แช่เย็นจัดก่อนแล้วสับให้ละเอียดในเครื่องสับอีกที ขณะสับให้เติมน้ำเย็นจัด 20 ก.

  • หลังจากสับละเอียดนำไปแช่เย็นจัดในช่องฟรีซ ประมาณ 3 ชม. แล้ว เอามานวดในเครื่องนวดใช้หัวใบไม้ เติมส่วนผสมเกลือ น้ำตาล พริกไทย น้ำปลา นวดให้เข้ากัน

  • เมื่อส่วนผสมเข้ากันดี ให้เอาผงฟู และแอคคอท ผสมในน้ำเย็นจัด 120 ก. เติมลงในหมู นวดด้วยความเร็วสูงสุด ประมาณ 10-12 นาที 
  • หลังจากนั้นเอาแป้งข้าวโพดผสมน้ำเย็นจัด 50 ก. เติมลงไป นวดด้วยความเร็วสูงสุดอีก 5 นาที ได้เนื้อเหนียวเนียนละเอียดตามภาพด้านล่าง


  • นำเนื้อที่นวดเสร็จมาใส่ในกาละมังรองด้วยน้ำแช่น้ำแข็งทีทีเพื่อรักษาความเย็นเนื้อจะเหนียวหนืดดี ตักเนื้อห่อใส่ใบตองหนึ่งแผ่นห่อเป็นทรงกระบอกกลม


  • นำหมูที่ห่อใบตองไปวางบนใบตองที่เตรียมไว้อีกที มีใบตองใหญ่ 1 แผ่น และใบตองเล็กเรียงซ้อนกันประมาณ 5 แผ่นขนาดเท่าๆ กัน การใช้ใบตองหนาหลายชั้นเพื่อให้ใบตองรักษารูปเนื้อดี การห่อครั้งแรกอาจจะไม่ถนัด ต้องฝึกเพื่อให้เกิดความชำนาญต่อไป 

  • หลังห่อม้วนเสร็จห่อปิดหัวท้าย รัดยางให้แน่นเป็นทรงกระบอก ห่อไม่สวยไม่ต้องซีเรียสให้พอเป็นรูปทรงกระบอกพอ

  • ห่อเสร็จนำไปนึ่งในหม้อนึ่งที่น้ำเดือดแล้ว นึ่งด้วยไฟกลางประมาณ 30 นาที
ได้หมูยอเนื้อหนึบเด้งน่าทาน





เอาไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง ลองยำหมูยอสักจานอร่อยล้ำไม่ผิดหวัง




วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2561

ข้าวตังหน้าตั้ง


ในความรู้สึก ข้าวตังข้าวแห้งใหม่ๆ ทอดกรอบๆ ได้ทานเคียงกับเครื่องจิ้มรสชาติคล้ายหลนแบบข้าวตังหน้าตั้งนี้เป็นอะไรที่อร่อยเข้าคู่กันมาก จริงๆ ไม่ใช่เมนูที่ทำยากนัก อาจจะยุ่งยากสักนิดกับการหาข้าวแห้งมาทอด หรือหาซื้อข้าวตังทอดแบบสดใหม่ ลงมือตากข้าวแห้งเองเสียเลย ใช้ข้าวสวยนึ่งสุกใหม่ร้อนๆ กดเป็นแผ่นแบนบนแผ่นถุงพลาสติกทนร้อน แล้วลอกตาก ถ้าอยากแห้งสนิทเอาแบบเต็มวันสัก 2 วัน ทอดกรอบขึ้นฟู 



ส่วนประกอบเครื่องจิ้มข้าวตัง (กะสัดส่วนตามชอบ)

  • หมูสับ
  • กุ้งสับหยาบ
  • หัวและหางกะทิ
  • พริกแห้งเม็ดใหญ่ (ใส่พอให้มีสีสันน่าทาน)
  • หอมแดง
  • กระเทียมไทย
  • รากผักชี
  • น้ำตาลมะพร้าว
  • น้ำปลา
  • ถั่วลิงสงคั่วบุบ

วิธีทำ

  • ทอดข้าวตังเตรียมไว้ การทอดตั้งน้ำมันให้ร้อน แต่อย่าให้ร้อนจัดเกินไปข้าวตังจะไหม้ง่าย แต่หากน้ำมันไม่ร้อนพอข้าวตังจะแข็งไม่กรอบ กะให้เหลืองพอดีรีบเอาขึ้นพักในกระชอน

  • ทำน้ำจิ้ม เอากระเทียม รากผักชี พริกแห้ง และหอมแดงบางส่วนโขลกให้ละเอียดเข้ากัน
  • ตั้งกระทะใส่หัวกะทิ เอาพริกแกงที่ตำไว้ลงผัด พอแตกมันใส่หมูลงผัดพอสุกใส่กุ้งลงผัด เติมหางกะทิ หอมแดง ถั่วลิสง ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าวน้ำปลาตามชอบ

พร้อมจัดเสิร์ฟโรยหน้าด้วยผักชี รสชาติจะใกล้เคียงกับหลน



วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2561

ขนมกล้วย



ด้วยความที่เรามีกล้วยน้ำว้าอยู่รายรอบบ้าน ทำให้ต้องคอยคิดว่าจะเอามาทำอะไรดีนอกจากกล้วยตากที่ทำอยู่ประจำ ขนมกล้วยก็เป็นอีกเมนูที่ทำให้มีโอกาสได้ฝึกทำ ขนมกล้วยสูตรนี้ได้ทำครั้งแรกก็รู้สึกว่าติดใจในรสชาติที่ลงตัว อร่อยเหนียวหนึบถูกใจ ยึดไว้เป็นสูตรทำประจำ

ส่วนผสม

  • กล้วยน้ำว้า 8-9 ลูก
  • กล้วยหอม 1.5 ลูก
  • แป้งข้าวเจ้า 100 ก.
  • แป้งมัน 85 ก
  • แป้งท้าวยายม่อม  85 ก.
  • น้ำตาลทราย 180 ก. 
  • น้ำตาลมะพร้าว 80 ก.
  • เกลือ 2 ชช.
  • หัวกะทิ 400 ก.
  • เนื้อมะพร้าวอ่อน 200 
กล้วยน้ำว้าที่จะใช้เพื่อให้ขนมสีสวยน่าทาน ควรเป็นกล้วยสวนที่บ่มสุกธรรมชาติ ถ้าไม่ใช่อาจจะเจอปัญหาขนมนึ่งออกมาสีน้ำตาลคล้ำไม่สวยน่าทาน

วิธีทำ 

  1. ยีเนื้อกล้วยทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน
  2. ผสมเนื้อกล้วยและส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
  3. ตักใส่พิมพ์หรือใบตองเตรียมนึ่ง
  4. นำไปนึ่งในหม้อนึ่งที่น้ำเดือดแล้ว นึ่งระดับไฟปานกลาง ประมาณ 5 นาที

วิธีทำไม่ยากเลย รสชาติขนมที่ได้อร่อยหอมมันเหนียวนุ่มลงตัวไม่ผิดหวัง


วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2561

หมูตุ๋น


นานๆ ทีจะเจอร้านที่ทำหมูตุ๋นอร่อยถูกใจ แต่หมูตุ๋นรสชาติที่ถูกใจสำหรับแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน เราเองก็ยังไม่เคยทำมาก่อน ในความรู้สึกคิดว่าการทำหมูตุ๋นน่าจะต้องใช้เวลาและอาจจะยากหน่อย ได้โอกาสเลยลองดู เพิ่งได้รู้ว่า หมูตุ๋นในแบบฉบับที่เราชอบส่วนเนื้อหมูที่ใช้ทำนั้นเขาเรียกว่าส่วนขั้วตับ และได้รู้จักกับสมุนไพรชนิดหนึ่งที่เขานิยมใส่ลงในหมูตุ๋น เรียกว่า "หญ้ามังกร" แต่นิยมเรียกว่า "หญ้าหอม" มากกว่า ซึ่งเขานิยมใส่ในเมนู เนื้อตุ๋น หมูตุ๋น ขาหมูตุ๋น นัยว่าช่วยให้น้ำซุปมีความหอมน่าทาน รายละเอียดของสมุนไพรชนิดนี้สามารถหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตได้ ทั่วไปอาจจะหาซื้อยาก แถวเยาวราชจะมีเยอะ ส่วนเราหาได้จากร้านขายยาจีน ส่วนจะหอมยังไงแค่ไหนเราเองก็อธิบายไม่ถูก เหมือนจะมีกลิ่นเฉพาะที่ชวนให้น่าทานอยู่บ้าง เราเองก็ขอใส่ให้ได้มั่นใจว่าพยายามใส่อะไรที่เห็นว่ามันจะเพิ่มรสชาติและความหอมอร่อย 55 ก็จะคล้ายๆ กับการใส่ใบกระวานในการต้มซุปเนื้อต่างๆ หน้าตาของหญ้าหอมจะประมาณนี้ 

หญ้าหอม หรือหญ้าหอมมังกร


ส่วนผสมสำหรับหมูตุ๋น

  • เนื้อหมูส่วนขั้วตับ 1 กก.
  • เม็ดผักชี 1 ชต.
  • อบเชยแท่ง 2-3 ซม. 2 แท่ง
  • โป๊ยกั๊ก 2 ดอก
  • เม็ดพริกไทยบุบ 1 ชต.
  • กระเทียมบุบ 1 หัว
  • รากผักชี 3-4 ราก
  • หญ้าหอมประมาณ 1 กำมือ
  • ข่า แง่งประมาณ 1 นิ้ว
  • ซีอิ๊วขาว
  • เกลือ
  • ซอสปรุงรส

วิธีทำ

เตรียมเครื่องเทศ เม็ดผักชี อบเชย พริกไทย โป๊ยกั๊ก คั่วพอหอม และบุบเม็ดพริกไทยและเม็ดผักชีไว้



ข่า กระเทียม รากผักชี บุบไว้


หมูล้างให้สะอาด แล้วใช้น้ำเดือดลวกหมูก่อนลงต้ม เพื่อลดกลิ่นคาว 
ตั้งน้ำให้เดือด ใส่เครื่องเทศทั้งหมดลงไป 
ใส่หมูลงต้ม พอน้ำเดือดอีกครั้ง ลดไฟลงเคียวต่อไปเรื่อยๆ ไม่คนแต่หมั่นช้อนฟองทิ้ง ปรุงรสตามชอบ ตั้งไฟเคี่ยวไปพอสุกนิ่มไม่เหนียวแต่ไม่นิ่มจนเละ ระยะเวลาโดยประมาณคือ 1.5 ชม.




เมื่อหมูสุกได้ที่ให้ตักเนื้อหมูขึ้นผึ่งอย่าแช่ทิ้งไว้ในน้ำซุปร้อนเพราะจะทำให้หมูสุกเปื่อยมากขึ้น




หั่นหมูเป็นชิ้นพอคำสำหรับปรุงกับเมนูอื่นๆ ต่อไป สำหรับน้ำซุปจะใช้ทำเป็นเกาเหลาหมูตุ๋นหรือก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นต่อไปได้ เพราะหอมอร่อยมาก

ดูตัวอย่างเมนูจากหมูตุ๋นกัน 


สปาเก็ตตี้ผัดฉ่าหมูตุ๋น

เกาเหลาหมูตุ๋น

ต้มแซ่บหมูตุ๋น



วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561

แคปหมูไร้มัน


เวลากินก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกได้แคปหมูไร้มันกรอบๆ โรยในชามรู้สึกว่าช่วยเพิ่มอรรถรสได้มาก เราชอบกินแคปหมูไร้มันกรอบๆ เป็นเครื่องเคียงกับอาหารอื่นๆ แต่บ่อยครั้งจะเจอว่าแคปหมูเหม็นอับหรือเหนียวไม่กรอบ ก็จะเสียอารมณ์มากเช่นกัน ทำเก็บไว้กินเสียเองก็ไม่ได้ยากเลย 

เริ่มจากเอาหนังหมูไปต้มในน้ำเดือดใส่เกลือ ต้มจนหนังนิ่มใช้ส้อมจิ้มดู จิ้มทะลุง่ายแล้วเป็นอันใช้ได้อย่าต้มเปื่อยจนตักแล้วขาดออกจากกัน เอาขึ้นวางบนตะแกรงสะเด็ดน้ำใช้ส้อมจิ้มทั่วหนังในขณะที่ยังร้อนๆ 


จากนั้นหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดตามชอบ หมักด้วยเกลือและซีอิ๊วขาว ชิมดูตามพอใจแต่อย่าให้ออกเค็มมากไป ตากแห้งแล้วรสชาติจะเค็มขึ้นอีก


หลังจากนั้นนำไปผึ่งแดดให้แห้ง แดดเต็มวันประมาณ 2 วัน หงายส่วนหนังด้านนอกขึ้นบน


เมื่อแห้งสนิทดีเตรียมนำมาทอด


ขั้นตอนการทอดนี้สำคัญมาก แคปหมูที่ได้จะพองฟูสวยไม่สวยขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้ จะต้องเข้าใจระดับความร้อนของน้ำมันก่อนนำหนังหมูแห้งลงทอด คือน้ำมันจะต้องให้ร้อน แต่ไม่ร้อนขนาดมีควันขึ้นหรือร้อนเกินไป ถ้านำหนังหมูลงทอดแล้วมีลักษณะด้านๆ ไม่พองฟูหมายความว่าน้ำมันร้อนไม่ได้ที่หรือร้อนเกินไป ตัวอย่างของการทอดในขณะที่น้ำมันร้อนเกินไปตามภาพด้านล่างนี้ 


ถ้าน้ำมันร้อนพอเหมาะจะได้แคปหมูพองฟูสวย และหากต้องทอดหลายรอบหลังทอดเสร็จในแต่ละรอบจะต้องปิดไฟเตาเพื่อให้น้ำมันลดระดับความร้อนก่อนการทอดใหม่ ลองเปรียบเทียบหนังหมูชุดเดียวกันแต่ทอดถูกวิธีกับไม่ถูกวิธีจะเห็นความต่างมาก


ได้แคปหมูไร้มันพองฟูกรอบอร่อยมาแล้ว หาเมนูอร่อยๆ กินคู่กันดีกว่า แคปหมูไร้มันกับน้ำพริกหนุ่ม



วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561

หมูแดง



วิธีการทำหมูแดงมีสูตรหลากหลาย กรรมวิธีส่วนใหญ่ก็ใช้การอบ เราลองคิดหาสูตรหมูแดงสำหรับตัวเอง หมูแดงสูตรนี้ใช้การหมักหมูโดยมีส่วนผสมของฮอยซินซอส และเหล้าจีน ส่วนตัวรู้สึกว่าการใช้ฮอยซินซอสในการหมักพวกเนื้อให้รสชาติที่น่าทานมากขึ้นกว่าซอสทั่วไป พอลองแล้วได้ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ยึดไว้ใช้เป็นสูตรหมูแดงสำหรับตัวเองเสียเลย

ส่วนผสม 

  • หมูส่วนสันใน 1 กก.
  • น้ำตาลทราย 200 ก.
  • ซีอิ๊วขาว 100 ก.
  • เกลือ 5 ก.
  • รากผักชีและกระเทียมโขลกเข้ากัน
  • เหล้าจีน 1 ชต.
  • ซอสหอยนางรม 1.5 ชต.
  • ฮอยซินซอส 1.5 ชต.
สัดส่วนอาจจะเพิ่มเติมตามความชอบรส 

วิธีทำ

  • หมักหมูเข้ากับส่วนผสมทั้งหมด 

  • นำหมูที่หมักเข้าแช่ตู้เย็นไว้ นานกว่า 3 ชม. ขึ้นไป ข้ามคืนเลยก็ได้
  • หลังจากหมักจนได้ที่ ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชนิดหน่อย นำหมูที่หมักลงผัดพอเข้าเนื้อ จากนั้นเติมน้ำพอเกือบท่วมปิดฝาแล้วปล่อยให้เคี่ยวไฟอ่อน อาจจะเปิดฝาคอยพลิกเป็นระยะ เพื่อให้ซอสซึมเข้าทั่วเนื้อและสีเข้มเสมอกัน 


  • เมื่อน้ำงวดหมูสีเข้มได้ที่ ยกขึ้นพักในตะแกรง ปล่อยให้แห้งหมาด เก็บไว้ทำเมนูอื่นๆ 

วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

หมูหยอง


แต่ก่อนเคยคิดว่า การทำหมูหยองน่าจะเป็นอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อนมาก แต่พอลองดูวิธีการทำจากหลายๆ สูตรในอินเทอร์เน็ต แล้วทดลองทำแรกๆ ก็ไม่ได้ผลดีนัก เพราะยังขาดความเข้าใจในเรื่องที่สำคัญคือการเลือกใช้ส่วนของหมูที่เหมาะสม คือจะต้องเลือกใช้หมูส่วนของสะโพกหลังที่มีลักษณะแนวเส้นเนื้อเป็นริ้วยาว และเนื้อมีความแน่นเหนียว ส่วนเรื่องกรรมวิธีเคยลองจากสูตรที่มีวิธีการหมักเนื้อและเคี่ยวเนื้อให้สุกในน้ำที่ปรุงรสแบบพะโล้ รสชาติที่ได้มาก็อร่อยพอได้ แต่โชคดีมากที่ได้มีโอกาสเรียนรู้กรรมวิธีการทำหมูหยองจากร้านขายหมูหยองโฮมเมดที่ตัวเองโปรดมากโดยไม่ได้คิดมาก่อนว่าเขาจะใจดีให้ความรู้มา เพราะตัวเองไปเล่าให้เขาฟังว่ามีกรรมวิธีการทำหมูหยองอย่างไร เขาบอกว่ามันยุ่งยากไปเลยจูงมือเข้าไปดูกรรมวิธีที่กำลังทำขายอยู่เสียเลย ไม่ได้เห็นทั้งหมดแต่ก็เข้าใจโดยแจ่มแจ้ง เอามาทดลองทำดูได้ผลเป็นที่น่าพอใจแบบว่ารักเลย ทำออกมาหน้าตา และรสชาติไม่ได้แพ้ร้านอร่อยๆ ที่ขายเลย กรรมวิธีก็ไม่ยุ่งยาก มาดูกัน

ส่วนผสม


  • เนื้อหมูสะโพกหลัง 1 กก.
  • ซีอิ๊วขาว 2 ชต.
  • ซอสปรุงรส 2 ชต.
  • เกลือ 3/4 ชต. สำหรับปรุง และ 1 ชต. สำหรับใส่ตอนต้มหมู
  • น้ำตาลทราย 8 ชต.

วิธีทำ

เนื้อหมูเลือกเนื้อส่วนสะโพกหลัง นำมาล้างให้สะอาด


หั่นเป็นชิ้นตามแนวยาวของลายเส้นเนื้อ


ตั้งน้ำให้เดือดใส่หมูลงต้มและเกลือประมาณ 1 ชต. ต้มจนหมูสุกขาวเป็นก้อนแข็ง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15-30 นาที เอาขึ้นมาผึ่งให้แห้ง หรือตากแดดพอแห้ง




พอหมูผิวแห้ง นำมาทุบบุบให้มีลักษณะเป็นแผ่นตามภาพวิธีที่ง่ายคือเอาลงตำและคลีงในครกหิน


หลังจากทุบเป็นแผ่นแล้วจะเห็นว่าหมูยังไม่แห้งดี ให้นำไปตากแดดหรือให้ไวขึ้นคือเอามาอังความร้อนในกระทะตามภาพ


พอหมูแห้งดีแล้วคือจับดูแล้วรู้สึกว่าไม่มีความชื้นนำมาตำบดบี้ในครกหินต่อเพื่อให้แตกเป็นเส้น ขั้นตอนนี้สำคัญ ถ้าหมูแห้งดีหมูจะแตกออกเป็นเส้นง่ายและขึ้นฟู แต่ถ้าไม่แห้งดีหมูจะไม่ฟู และเวลาผัดออกมาเป็นหมูหยองจะแข็ง




นำหมูที่ทุบเป็นเส้นฝอยแล้วลงผัดในกระทะ ผัดด้วยไฟอ่อนๆ ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไป จะต้องใช้ตะหลิวผัดแบบคั่วตลอดจนแห้งดี ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังจากหมูเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลและมีความกรอบเป็นอันใช้ได้ ปิดไฟแล้วเอาหมูหยองใส่ภาชนะอย่าค้างไว้ในกระทะร้อน เมื่อปล่อยให้เย็นตัวลงหากรู้สึกว่าหมูหยองยังไม่กรอบดีและรู้สึกเหนียว ให้ตั้งกระทะผัดต่อใหม่อีกไม่นานหมูหยองจะปรอบใช้ได้




ดูแล้วง่ายกว่าที่คิด ยังจำได้ว่าตอนทำสูตรนี้ครั้งแรกได้หมูหยองที่สวยกรอบอร่อยถูกใจ ตื่นเต้นดีใจมาก ไม่คิดว่าจะทำได้