แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารว่าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารว่าง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2561

ข้าวตังหน้าตั้ง


ในความรู้สึก ข้าวตังข้าวแห้งใหม่ๆ ทอดกรอบๆ ได้ทานเคียงกับเครื่องจิ้มรสชาติคล้ายหลนแบบข้าวตังหน้าตั้งนี้เป็นอะไรที่อร่อยเข้าคู่กันมาก จริงๆ ไม่ใช่เมนูที่ทำยากนัก อาจจะยุ่งยากสักนิดกับการหาข้าวแห้งมาทอด หรือหาซื้อข้าวตังทอดแบบสดใหม่ ลงมือตากข้าวแห้งเองเสียเลย ใช้ข้าวสวยนึ่งสุกใหม่ร้อนๆ กดเป็นแผ่นแบนบนแผ่นถุงพลาสติกทนร้อน แล้วลอกตาก ถ้าอยากแห้งสนิทเอาแบบเต็มวันสัก 2 วัน ทอดกรอบขึ้นฟู 



ส่วนประกอบเครื่องจิ้มข้าวตัง (กะสัดส่วนตามชอบ)

  • หมูสับ
  • กุ้งสับหยาบ
  • หัวและหางกะทิ
  • พริกแห้งเม็ดใหญ่ (ใส่พอให้มีสีสันน่าทาน)
  • หอมแดง
  • กระเทียมไทย
  • รากผักชี
  • น้ำตาลมะพร้าว
  • น้ำปลา
  • ถั่วลิงสงคั่วบุบ

วิธีทำ

  • ทอดข้าวตังเตรียมไว้ การทอดตั้งน้ำมันให้ร้อน แต่อย่าให้ร้อนจัดเกินไปข้าวตังจะไหม้ง่าย แต่หากน้ำมันไม่ร้อนพอข้าวตังจะแข็งไม่กรอบ กะให้เหลืองพอดีรีบเอาขึ้นพักในกระชอน

  • ทำน้ำจิ้ม เอากระเทียม รากผักชี พริกแห้ง และหอมแดงบางส่วนโขลกให้ละเอียดเข้ากัน
  • ตั้งกระทะใส่หัวกะทิ เอาพริกแกงที่ตำไว้ลงผัด พอแตกมันใส่หมูลงผัดพอสุกใส่กุ้งลงผัด เติมหางกะทิ หอมแดง ถั่วลิสง ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าวน้ำปลาตามชอบ

พร้อมจัดเสิร์ฟโรยหน้าด้วยผักชี รสชาติจะใกล้เคียงกับหลน



วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2561

สาคูไส้หมู


สาคูไส้หมูไม่ใช่เมนูที่หาทานยาก แต่เอาแบบแนวที่ชอบ แป้งนุ่มเหนียวไม่นิ่มไป ไม่เหนียวไป ก็อาจจะยากหน่อย สูตรนี้ให้ความสำคัญกับความลงตัวของแป้ง สำหรับการนวดแป้งได้สูตรเคล็ดลับจาก Health & Cuisine Magazine ไม่ได้บันทึกลิงก์ไว้ แต่ข้อมูลจดมาไม่พลาด ลองทำดูแล้วไม่ผิดหวังเลย   เขาบอกเคล็ดลับการทำแป้งสาคูให้นิ่มเหนียว เย็นแล้วไม่แข็ง สูตรโดยทั่วไปจะใช้สาคูแช่น้ำตามนาทีที่กำหนดแล้วเอามาปั้น สูตรนี้มีขั้นตอนซับซ้อนขึ้นหน่อย (ก่อนลงมือจริงได้ทดลองแบบใช้สาคูแช่น้ำเอาขึ้นมาปั้น และแบบสูตรนี้รู้สึกว่านิ่มชอบมากกว่าเลยลองวิธีนี้)

ส่วนผสมไส้ (สัดส่วนกะเอาตามความเหมาะสม)

  • หมูสับ
  • หัวไชโป๊วหวานหั่นเต๋าเล็ก
  • หอมแดงซอย
  • รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกรวมกัน
  • ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ
  • น้ำตาลปิ๊บ
  • ซีอิ๊วขาว

ส่วนผสมแป้ง

  • สาคูเม็ด 2 ถ้วย
  • น้ำเปล่าชุดที่หนึ่ง 2 ถ้วย
  • น้ำเปล่าชุดที่สอง 1/2 ถ้วย

ส่วนประกอบอื่น

กระเทียมเจียว และน้ำมันจากกระเทียมเจียว ผักสด

วิธีทำไส้


  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใส่รากผักชีกระเทียมและพริกไทยที่โขลกรวมกันลงไปเจียวพอหอม
  2. ใส่หอมแดงและไชโป๊วสับ
  3. ใส่หมูลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปิ๊บและซีอิ๊วขาว 
  4. เมื่อใส่น้ำตาลปิ๊บจะเริ่มแฉะมีน้ำ ผัดต่อจนแห้งพอปั้นได้

การนวดแป้ง

  1. ถ้วยที่จะใช้ตวงแป้งกับน้ำเป็นถ้วยเดียวกัน ใส่น้ำเปล่าชุดที่หนึ่งลงในสาคู พักทิ้งไว้ 30 นาที
  2. ครบเวลากำหนด ใช้พายคนสาคูเบาๆ ให้เม็ดสาคูร่วนออกจากกัน
  3. เติมน้ำชุดที่สองลง พักไว้อีก 15 นาที
  4. ครบกำหนดเวลานวดแป้งสาคูเข้าด้วยกัน
  5. นำแป้งที่ได้มาห่อไส้ ถ้าแป้งติดมือใช้มือจุ่มน้ำ
  6. หลังห่อไส้ นำสาคูไปนึ่งในน้ำเดือดแล้ว นึ่งประมาณ 15 นาที ยกลงทาผิวบางๆ ด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว เวลาทานโรยกระเทียมเจียวทานเคียงผัก
วิธีการนวดแป้งแบบนี้ทดลองแล้วได้แป้งนิ่วเหนียวทิ้งไว้ไม่แห้งแข็งจริงๆ 






วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

กล้วยตาก

กล้วยตากผลงานชุดแรกในชีวิต

     มีต้นกล้วยน้ำว้าเยอะ แรกๆ ไม่ได้นึกอะไร เครือไหนแก่ก็ตัดแจกชาวบ้านเขาหมด เพราะคิดแค่ว่าใครจะมานั่งกินกล้วยเป็นเครือๆ ได้ แต่พอสักหน่อยมีกล้วยแก่อีก ก็นึกขึ้นมาว่า เออหนอกว่ากล้วยต้นหนึ่งจะออกผลจนแก่จัดให้เก็บกินได้ใช้เวลาไม่ใช่น้อย แถมพอออกลูกเสร็จต้นแม่ก็ต้องตายไป เราทำได้แค่ตัดแจกเท่านั้นหรือ ดูจะไม่สร้างสรรเอาเสียเลย ก็เลยคิดว่าถ้าไม่กินกล้วยสุกก็ต้องแปรรูป แล้วจะเลือกวิธีไหนดี ที่นึกได้ทันทีคือกล้วยตาก เพราะคิดว่าชอบทาน ไม่ต้องแปรรูปมากมายนัก ก็เลยตัดสินใจจัดการกล้วยที่มีอยู่ให้เป็นกล้วยตาก เลือกศึกษาจากอินเทอร์เน็ตกูรูนี่แหละ อ่านจากหลายเว็บประมวลมาจัดการเป็นกล้วยตากผลงานชุดแรกดังนี้
สิ่งแรกคือเลือกกล้วยที่จะทำ ให้ใช้กล้วยเครือที่แก่ตัดแล้วเอามาบ่ม อย่าเลือกกล้วยที่สุกเหลืองคาต้น เขาว่าถ้าเอากล้วยที่สุกคาต้นมาตากสีกล้วยตากที่ได้จะไม่สวย เพราะอะไรยังไม่รู้คำอธิบายแต่ก็ปฏิบัติตาม
กล้วยแก่เอามาบ่ม อย่ารอให้เหลืองสุกคาต้น

ขั้นต่อไปบ่มกล้วยไว้ให้สุก เมื่อได้กล้วยมาแล้ววางเครือพักไว้ แล้วตัดกล้วยออกจากเครือเป็นหวีบ่มพักไว้โดยหาผ้าหรือพลาสติกคลุม รอสุกเหลืองเกือบงอม สังเกตว่าผิวเปลือกกล้วยเหลืองจัดและเริ่มมีรอยดำเป็นอันใช้ได้
บ่มจนกล้วยสุกเกือบงอม

 ขั้นตอนต่อไปนำกล้วยออกตากแดด ง่ายๆ คือปลอกกล้วยวางบนกระด้งหรือภาชนะที่จะวางกล้วยตากแดด ในตอนปลอกกล้วยพยายามลอกเส้นใยที่ติดผิวกล้วยออกเพราะหากมีเส้นใยติดจะเห็นเป็นรอยเส้นดำ แต่หากมองไม่ค่อยเห็นไม่ต้องกังวล ตากแดดไปก่อนวันแรก เช้าวันที่สองจะเห็นรอยเส้นดำใยกล้วยชัดขึ้นค่อยลอกออกตอนนั้นก็ได้ อ้อ! ใส่ใจเรื่องแมลงวันตอมด้วยค่ะ ทำเป็นมุ้งครอบหรือหาวิธีกันแมลงวันตอมกล้วยด้วย ขั้นตอนการตากแดดนี้จะใช้เวลา 7 วัน

เวลาตากแดดหามุ้งครอบกันแมลงวัน

มาถึงเคล็ดลับสำคัญ ทุกเย็นหลังจากเก็บกล้วยจากการตากแดดแล้ว ในการเก็บกล้วยไม่ต้องรอจนมืดค่ำพอเห็นว่าแสงใกล้หมดกล้วยกำลังอุ่นๆ ก็เก็บได้เลย แล้วให้นำกล้วยมาใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เพื่อให้กล้วยอบตัวเองและคลายน้ำหวานจากตัวกล้วยออกมาเคลือบผิว ช่วยให้ผิวกล้วยมีความชุ่มชื้นและสีสวยสม่ำเสมอ ทุกเช้าก่อนนำออกตากใหม่จะรู้สึกว่าผิวกล้วยชื้นขึ้นจากน้ำหวาน ไม่ต้องกังวลเมื่อนำไปตากอีกน้ำหวานก็จะเคลือบผิวกล้วยไปในตัว ทำซ้ำอยู่อย่างนี้จนครบ 6 วัน เมื่อตากวันสุดท้ายคือวันที่ 7 ก็ไม่ต้องนำกล้วยมาอบในภาชนะอีก

ทุกเย็นหลังตากเก็บกล้วยในภาชนะมีฝาปิด

ตากจนครบ 7 วัน ก็เป็นอันว่าสิ้นสุดกระบวนการจัดการจัดเก็บแพ็คไว้ทานได้เลย
ตากจนครบ 7 วัน
 เหลือจากเก็บไว้ทานแล้วก็ยังแจกใครๆ ที่เรารักอยากให้เขาชิมด้วยอีก (แม้ไม่รักก็อาจจะรักตอนที่ได้กล้วยตากฝีมือเรานี่แหละ) เป็นการเพิ่มมูลค่าความรู้สึกดีๆ
แพ็คเก็บไว้ทาน ที่เหลือก็แบ่งปัน

     บอกตามตรงว่าภูมิใจกับผลงานกล้วยตากชิ้นแรกพอสมควร เพราะมันดูเป็นกล้วยตากที่น่ารักในสายตาเรา ผลที่ได้เหนือความคาดหมายสำหรับมือใหม่ เรื่องกล้วยตากฟังดูจะง่ายแค่เอากล้วยไปตาก แต่ในความง่ายนี้ต้องมากับความเข้าใจเค้าด้วย และบวกกับความใส่ใจ เราเคยตากในรุ่นต่อมา พอทำอะไรผิดพลาดกล้วยก็หมดงามเลย จนต้องท่องจำขึ้นใจว่า กล้วยที่จะดีคือกล้วยสวนบ่มธรรมชาติ เก็บกล้วยเครือแก่แต่ไม่สุกคาต้น รอกล้วยสุกเปลือกเหลืองมีรอยดำบ้างค่อยตาก ทุกๆ วันที่ตากพอเริ่มแดดร่ม 4-5 โมงเย็นเก็บใส่ภาชนะปิดฝา ทำจนครบ 7 วัน